เปิดอ่านแล้ว: **27 ครั้ง** |
ระดับ: ชั้นเอก / ประถม
บทที่ ๔: ปัจฉิมโพธิกาล (ช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพ)
๑. ทรงรับป่าอัมพปาลีเป็นอารามสุดท้าย
ทรงรับถวายสวนมะม่วง (อัมพวัน) ของ **นางอัมพปาลี** ซึ่งเป็นนางคณิกาผู้เลื่อมใส ก่อนเสด็จไปยังกรุงกุสินารา
๒. ทรงปลงอายุสังขาร
ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ที่ **ปาวาลเจดีย์** ทรงกำหนดว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้าจะปรินิพพาน
๓. เสด็จไปป่ามหาวัน
ทรงประทับอยู่ที่ป่ามหาวันใกล้กับกรุงกุสินารา ทรงรับ **ปัจฉิมบิณฑบาต** (อาหารมื้อสุดท้าย) คือ **สุกรมัททวะ** (เชื่อว่าเป็นเนื้อสุกรที่อ่อนนุ่ม หรือเห็ดชนิดหนึ่ง) จาก **นายจุนทะ** (บุตรช่างทอง)
๔. นายจุนทะถวายปัจฉิมบิณฑบาต
พระพุทธเจ้าทรงฉันภัตตาหารที่นายจุนทะถวาย แล้วทรงกำชับให้ทิ้งอาหารที่เหลือไว้ และห้ามให้ผู้อื่นฉัน
๕. เสด็จไปกรุงกุสินารา
ทรงพระดำเนินไปยังสาลวโนทยาน (ป่าไม้สาละ) เมืองกุสินารา ระหว่างทางทรงแสดงธรรมโปรด **ปุกกุสะมัลลบุตร** ผู้เป็นศิษย์ของอาฬารดาบสและอุทกดาบส
๖. บรรทมอนุฏฐานไสยา
ทรงบรรทมสีหไสยาสน์ (นอนตะแคงขวา) ระหว่างต้นสาละคู่ ณ สาลวโนทยาน ทรงเรียกว่า **อนุฏฐานไสยา** (การนอนที่ไม่ลุกขึ้นอีก)
๗. วิธีปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ
ทรงตอบคำถาม **พระอานนท์** เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระว่า ให้ปฏิบัติต่อพระองค์เหมือนที่ปฏิบัติต่อพระเจ้าจักรพรรดิ
๘. ประทานพระโอวาทแก่พระอานนท์
ทรงอนุญาตให้พระอานนท์และภิกษุสงฆ์ใช้ **พระธรรม** และ **พระวินัย** ที่ทรงแสดงแล้ว เป็น **ศาสดาแทนพระองค์** (แทนพุทธสรีระ) เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว
๙. ตรัสถึงกรุงกุสินารา
ทรงกล่าวถึงความสำคัญของกรุงกุสินาราว่า เป็นสถานที่เหมาะสมแก่การปรินิพพาน
๑๐. ทรงโปรดสุภัททปริพาชก
**สุภัททปริพาชก** เป็นบุคคลสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าทรงประทานธรรมให้ฟังจนบรรลุอรหัตตผล (ปัจฉิมสาวก)
๑๑. ประทานพระโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์
ปัจฉิมโอวาท: "หนฺท ทานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ" (ดูกรภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ขอพวกเธอจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด)
๑๒. ปรินิพพาน
ทรงดับขันธปรินิพพานในท่ามกลางต้นสาละคู่ ในราตรีวันเพ็ญเดือน ๖ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา